• August 26, 2021

ขั้วโลก

ขั้วโลก

ถึงแม้ว่า ขั้วโลก จะเต็มไปด้วยน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา แต่แอนตาร์กติกาตะวันตกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ร้อนเร็วที่สุดในโลก หลักฐานก็คือการล่มสลายของธารน้ำแข็งทเวตส์ หรือที่รู้จักในชื่อ “ธารน้ำแข็งแห่งวันโลกาวินาศ”
.
นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา ทเวทส์สูญเสียน้ำแข็งไปประมาณ 595,000 ล้านตัน
เฉพาะการละลายของมันมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกในช่วงเวลานั้นสูงขึ้น 4% ตามรายงานของ Live Science
.
อัตราการสูญเสียน้ำแข็งของธารน้ำแข็งได้เร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแม่น้ำใต้ผืนน้ำแข็งที่มีอุณหภูมิอุ่นกว่ากัดเซาะด้านล่างแผ่นน้ำแข็ง
.
ในการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมาในวารสาร
Communications Earth & Environment ชี้ให้เห็นว่า ยังมีอีกสาเหตุที่ทำให้ธารน้ำแข็งทเวตส์ล่มสลายลงหนักขึ้น นั่นคือความร้อนจากใต้พื้่นพิภพนั่นเอง
.
นักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลสนามแม่เหล็กโลกจากแอนตาร์กติกาตะวันตกเพื่อสร้างแผนที่ใหม่เกี่ยวกับการไหลของความร้อนใต้พิภพในภูมิภาค ซึ่งแผนที่จะแสดงให้เห็นว่า ความร้อนจากใต้โลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ ขั้วโลก ใต้อบอุ่นแค่ไหน
.
นักวิจัยพบว่า เปลือกโลกใต้ทวีปแอนตาร์กติกาตะวันตกนั้นบางกว่าในทวีปแอนตาร์กติกาตะวันออกมาก
โดยจะมีความหนาประมาณ 17 ถึง 25 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับความหนาประมาณ 40 กิโลเมตร
ของทางตะวันออก เนื่องจากแอนตาร์กติกาตะวันตกตั้งอยู่ในร่องลึกก้นสมุทร เปลือกโลกใต้ก้นทะเลจึงบางกว่าเปลือกโลกใต้แอนตาร์กติกาตะวันออกมาก
.
ผลก็คือธารน้ำแข็งทเวตส์เจอเข้ากับความร้อนใต้พิภพเขาจัง ๆ มากกว่าธารน้ำแข็งที่อยู่อีกฟากหนึ่งของทวีป และสามารถเกิดความร้อนใต้พิภพได้ถึง 150 มิลลิวัตต์ต่อตารางเมตรไหลผ่านใต้ธารน้ำแข็งทเวตส์
.
นักวิทยาศาสตร์สงสัยมานานแล้วว่า เปลือกโลกที่ค่อนข้างบางนี้จะต้องดูดซับความร้อน
จากชั้นบนสุดของโลก แน่ ๆ ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 200 องศาเซลเซียส และการศึกษาใหม่นี้ยืนยันว่าเป็นความจริง
.
ถึงจะเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้อย่างชัดเจนว่า ธารน้ำแข็งอุ่นแค่ไหน แต่อย่างน้อยเป็นที่แน่ชัดว่า แหล่งความร้อนที่เพิ่มขึ้นนี้ในฝั่งตะวันตกอาจทำให้ธารน้ำแข็งทเวตส์มีอนาคตที่มืดมนลงไปอีก
.
นักวิจัยชี้ว่า ความร้อนใต้พิภพจำนวนมากจะทำให้พื้นของธารน้ำแข็งที่ไม่แข็งตัวอย่างสมบูรณ์หรือเกิดช่องน้ำระหว่างธารน้ำแข็งทั้งสอง สภาวะเหล่านี้อาจทำให้น้ำแข็งของธารน้ำแข็งเคลื่อนตัวเหนือพื้นดินได้ง่ายขึ้น
.
คำว่า “ง่ายขึ้น” ไม่ได้แปลว่าดี เพราะมันจะทำให้ธารน้ำแข็งไม่เสถียรและการสูญเสียน้ำแข็งของธารน้ำแข็งเร่งขึ้นอย่างมาก จากที่ตอนนี้ก็น่าวิตกพอสมควรอยู่แล้ว
.
เช่น ในเดือนมกราคม 2562 NASA ค้นพบโพรงใต้น้ำใต้ธารน้ำแข็ง โดยมีพื้นที่ประมาณสองในสามของเกาะแมนฮัตตัน
และสูงเกือบพันฟุต มีแนวโน้มว่า จะเร่งการสลายตัวของธารน้ำแข็งให้เร็วขึ้น
.
หากธารน้ำแข็งทเวตส์ถล่มลงสู่มหาสมุทรอย่างสิ้นเชิง ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 65 เซนติเมตร
ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับชุมชนริมชายฝั่งทั่วโลก และแน่นอนว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่อยู่ติดทะเลก็จะโดนหางเลขไปด้วย
.
ธารน้ำแข็งทเวตส์ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเพราะโอกาสที่มันจะเพิ่มระดับน้ำทะเล แต่มันไม่ใช่ภัยคุกคามเดียว เพราะยังมีธารน้ำแข็งไพน์ไอส์แลนด์ด้วย ทั้งสองธารน้ำแข็งเป็น “จุดอ่อน” ของแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกตะวันตก เนื่องจากมีความเปราะบางอย่างเห็นได้ชัด
เฉพาะธารน้ำแข็งไพน์ไอส์แลนด์มีสัดส่วนการสูญเสียน้ำแข็งคิดเป็นประมาณ 25% ของทั้งทวีปแอนตาร์กติกา และมันยังมีสัดส่วนการปล่อยน้ำแข็งที่ละลายลงทะเลมากกว่าที่ใด ๆ ในโลกด้วย
.
ยังไม่จบแค่นั้น Live Science ยังชี้ว่า หากไม่มีธารน้ำแข็งเกาะขอบแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกตะวันตก
มันจะเหมือนการเปิดจุกขวดไวน์ จะเป็นการปลดปล่อยน้ำแข็งให้ไถลลงมหาสมุทรเร็วขึ้นอย่างมากทั่วทั้งภูมิภาค
ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และถ้าวันนั้นมาถึงก็ลองจินตนาการกันดูว่าชุมชนชายฝั่งทั่วโลกโลกจะได้รับผลกระทบแค่ไหน

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวขั้วโลก น่าดูแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >>  brandweerbree  ขอบคุณที่รับชมนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *