• June 7, 2021

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ วารสารเมืองลับแล

ประวัติศาสตร์เมืองลับแล ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีการกล่าวถึงตำนานที่มาของชาวลับแลไว้หลายข้อมูลต่าง ๆ มากมาย โดยพระครูสิมพลีคณานุยุต  ได้กล่าวไว้ว่า   เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้านั้นเป็นนักเรียนอยู่ที่วัดมหาธาตุ ของกรุงเทพมหานคร อาจารย์และเพื่อนนักเรียนรู้ว่าข้าพเจ้านั้นเกิดที่ลับแล ท่านนั้นก็กล่าวประวัติให้ฟัง ข้าพเจ้าถึงจนตรอก ด้วยเหตุผลที่ต้องสืบถามค้นหาหลักฐานกับผู้เฒ่าแก่ และการแสวงหาหนังสือพงศาวดารภาคพายัพ โดยเฉพาะได้ความรู้ จากพระครูธรรมฐิติวงษ์คีรีเขต เป็นเจ้าครูเมืองลับแล มาเรียบเรียงขึ้นมาเป็นวรรคคเป็นตอน  และได้แสดงปาฐกถาต้อนรับคณะผ้าป่ากรุงเทพ  และการปาฐกถาในงานปริวาสกรรมที่วัดดอนสัก ลับแลทุกปีด้วย ด้วยเหตุนี้นั้นจึงได้อัพเดปให้ผู้ที่ต้องการที่จะสนใจ ผู้ที่ได้รับฟังนั้นแล้วก็ขอให้พิมพ์ออกมาเป็นเล่ม เหตุผลที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองลับแล ประวัติศาสตร์เป็นที่มาจากพระพุทธเจ้า นั้นเสด็จมาประทับนั่งที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์ แล้วก็ได้เสด็จยืนที่พุทธยุคลทอดพระเนตรมองไปทางป่าได้ทอดพระเนตรมองไปที่ป่าทางทิศเหนือ โดยการทอดพระเนตรนั้นไม่เห็นอะไรเลย เพราะมืดมัวด้วยหมอกเมฆจึงชื่อว่าเป็นเมืองลับแล หมายถึงการมองแลไปทางใดก็ไม่เห็น และมีชื่อในท้องถิ่น ว่า ลับแลง ด้วยภูมิทำเลพื้นที่เมืองลับแลมีเทือกเขาม่อนฤๅษี อยู่ทางทิศตะวันตกเป็นทิวเขาที่ใหญ่มาก

ประวัติศาสตร์ วารสารเมืองลับแล

ประวัติศาสตร์ เมืองลี้ลับ

ประวัติศาสตร์  ในช่วงเวลากลางวันแสงอาทิตย์จะลับไปกับม่อนฤๅษี เรียกว่า แสงลับ ซึ่งหมายถึงพระอาทิตยืที่หายไป ตำนานนี้จึงบอกไว้อีกว่าเมืองลับลแลมีความเคารพต่อ  ปูพญาแก้ววงษ์เมือง  เป็นผีปู่บรรพชนมาจากเมืองเชียงแสน เมื่อคณะของหนานคำลือและหนานคำแสนได้เดินทางออกอพยพจากเมืองเชียงแสนได้เชิญปู่พญาแก้ววงษ์เมืองเสด็จติดตามมาคุ้มครองรักษา ด้วยเวลานั้นผ่านไปประมาณ 7 ปี

 เจ้าคำลือหรือว่าเจ้าคำแสน ก็ชวนกันไปเข้าเฝ้า  พระเจ้าเรืองธิราช พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 21

 เจ้าคำลือนั้นได้มีบุตรสาวคนชื่อ สุมาลี  ส่วนเจ้าคำแสนนั้นมีบุตรสาวชื่อ สุมาลา ทั้งสองได้มีฝีมือด้านการทอผ้าเป็นอย่างมาก เช่น การปักหมอน การทอผ้า และงานฝีมือ ประวัติศาสตร์โดยเจ้าคำลือ และเจ้าคำแสนจึงนำ ผลงานของบุตรสาวนำไปถวายให้กับ

พระเจ้าเรืองธิราช  จึงได้ขอบุตรสาวของเจ้าลือกับเจ้าคำแสนนั้นให้อภิเษกสมรสกับพระราชโอรสของพระองค์ นั้นก็คือ พระเจ้าฟ้าฮ่ามราชกุมาร หรือว่า เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร 

เจ้าฟ้าฮ่ามกุมารได้ขอแบ่งสารีริกธาตุ เมื่อปี พ.ศ 519 จากพระเจ้าพนธิราช   พระเชษฐาที่เมืองโยนเมืองนาคพันธุ์เชียงแสนได้สร้างสถูปขึ้นที่วัดป่าแก้วเรไร  กษัตริย์จากเมืองกัมโพช  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ต้องการที่จะได้เมืองลับแลแห่งนี้  ในตอนนั้นเมืองลับแลได้เจริญขึ้นมาก พระเจ้าฮ่ามนั้นจึงได้ยกทัพปราบศัตรูในทันทีจนได้รับชัยชนะ   เมื่อขณะที่ออกรบนั้นได้แวะพักระหว่างทาง ซึ่งเป็นจุดที่เป็นสถานที่พักทัพจึงได้ชื่อว่า  วัดดอนชัย

เมื่อได้เทียบกันกับพระพุทธศักราชที่ปรากฏ ประวัติศาสตร์ในตำนาน ของเมืองลับแล พบว่าช่วงเวลาที่พระเจ้าฮ่ามกุมารนั้นครองราชย์ที่เมืองลับแล ในปี พ.ศ 513-525  สังเกตได้ว่าในตำนานของสิงหนวัตถุกุมารไม่มีพบคำว่า เชียงแสน ใช้ต่อท้ายเมือง ต่างจากเมืองลับแลนั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของล้านนา คือ พงศาสดารเมืองเงินยางเชียงแสน เป็นกล่าวถึง ราชวงศ์มังราย

เมืองลับแลนั้นเป็นการปรากฏขึ้นในหลักฐานของเมืองอยุธยา คือเป็น หนังสือตอบทูต ด้วยเอกสารชั้นต้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่คณะราชทูตได้นำมาออกพระวิสุทธสุนทร ได้จัดเตรียมคำถามและคำตอบ เพื่อที่จะได้เตรียมความพร้อมของการพูดคุยกับทางทูตชาวต่างชาว ประวัติศาสตร์เมื่อครั้งนั้น ได้เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรี กับสำนักฝรั่งเศส  เมื่อปี พ.ศ 2229   การกล่าวถึงเมืองลับแลที่มาทั้งสองฉบับ คือ ประวัติ เมืองลับแล 1 

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวประวัติศาสตร์ น่าดูแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >>  brandweerbree  ขอบคุณที่รับชมนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *